ศศช.บ้านขุนตื่นน้อย

ข้อมูลชุมชนบ้านขุนตื่นน้อย

วิสัยทัศน์ บ้านขุนตื่นน้อย  “ชุมชนพัฒนา ก้าวหน้าเกษตรกรรม คุณธรรมนำชีวิต เศรษฐกิจพอเพียง”

ปรัชญาการดำเนินชีวิตของชุมชนบ้านขุนตื่นน้อย
ได้กินจากน้ำ    ให้รักษาน้ำ
ได้กินจากป่า    ให้รักษาป่า
ได้กินกบ เขียด    ให้รักษาผา
ได้กินปลา        ให้รักษาห้วย

บ้านขุนตื่นน้อยเป็นชาวเขาเผากะเหรี่ยง   ตั้งถิ่นฐานอยู่ในพื้นที่บ้านขุนตื่นน้อย ซึ่งเป็นสาขาลุ่มน้ำแม่ตื่น  โดยการบอกเล่าของนายพะแจ  โคะเจ  ที่อาศัยอยู่ในหมู่บ้านมานานกว่า 80 ปี บ้านขุนตื่นน้อยได้ก่อตั้งมาไม่น้อยกว่า 130 มาแล้ว โดยไม่ทราบแน่ชัดว่า บรรพบุรุษอพยพมาจากที่ใด เริ่มแรกมีชาวบ้านมาอาศัยอยู่ประมาณ  12  หลังคาเรือน จากการเพิ่มจำนวนประชากร ทำให้พื้นที่อยู่อาศัยและที่ดินทำกินไม่สามารถรองรับจำนวนประชากร  ได้มีการอพยพไปตั้งหมู่บ้านใหม่ในพื้นที่บริเวณหมู่บ้านใกล้เคียง เช่น บ้านปิพอ บ้านขุนตื่นใหม่ (โฆะพะโด๊ะ)  บ้านแหมะแตะแหละกุย บ้านยะลิกุย  และหมู่บ้านอื่น ๆ อีกหลายหมู่บ้านโดยการย้ายตามญาติพี่น้อง หรือด้วยสมรส ปัจจุบันมีเหลืออยู่  36 หลังคาเรือน

อาณาเขตติดต่อ

  • ทิศเหนือ          จดบ้านเลอะตอโกร   ต. แม่ต้าน  อ. ท่าสองยาง   จ. ตาก
  • ทิศตะวันออก    จดบ้านปิพอ (เกื้อก่อ)  ต. แม่ตื่น   อ. อมก๋อย   จ. เชียงใหม่
  • ทิศสใต้        จดบ้านขุนตื่นใหม่ และบ้านเลอะกรา ต. แม่ตื่น อ. อมก๋อย จ. เชียงใหม่
  • ทิศตะวันตก        จดบ้านห้วยขนุน   ต. แม่ต้าน   อ. ท่าสองยาง   จ.ตาก

ข้อมูลทั่วไปหมู่บ้านขุนตื่นน้อย หมู่  6  ตำบลแม่ตื่น  อำเภออมก๋อย  จังหวัดเชียงใหม่

  • หมู่บ้านขุนตื่นน้อยมีประชากรทั้งสิ้น 182 คน ชาย 87 คน  หญิง 95  คน
  • จำนวนครอบครัว  36 ครอบครัว   38  ครัวเรือน
  • ประชาชนนับถือศาสนาพุทธ    20  ครอบครัว  นับถือศาสนาคริสต์   18  ครอบครัว
  • มีสถานีอนามัย    1 หลัง   (ไม่มีเจ้าหน้าที่อยู่ประจำ)
  • มีศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนตื่นน้อย

บ้านขุนตื่นน้อยมีพื้นที่ดูแลทั้งหมด ประมาณ  4,000  ไร่ แบ่งเป็น

  • พื้นที่อยู่อาศัยประมาณ 20   ไร่
  • พื้นที่นาดำ 67   ไร่      (จำนวน  15   ครอบครัว)
  • พื้นที่ทำสวนผสมผสาน  จำนวน    50   ไร่ (จำนวน   15  ครอบครัว)
  • พื้นที่ทำไร่หมุนเวียน ปีละประมาณ  154  ไร่ต่อปี หมุนเวียนภายใน 7  ปี  (จำนวน  22  ครอบครัว
  • พื้นที่ป่าชุมชน    500   ไร่
  • พื้นที่ป่าอนุรักษ์      1,000   ไร่
  • พื้นที่ป่าฟื้นฟู          200   ไร่

ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม และทำไร่หมุนเวียน  ราษฎรมีฐานะยากจน รายได้เฉลี่ยอยู่ในเกณฑ์ต่ำมาก มีอาหารไม่เพียงพอต่อการบริโภค ขาดความรู้ในการประกอบอาชีพ

ภูมิประเทศและสภาพป่า
– บ้านขุนตื่นน้อยตั้งอยู่ที่พิกัด   x = 0429280     y = 1914680  ระวางแผนที่ 46731   ความสูงจากระดับน้ำทะเล  1188  เมตร
– สภาพทั่วไปเป็นภูเขาสลับซับซ้อนมีความลาดชันมาก ที่ตั้งของหมู่บ้านเป็นบริเวณแหล่งน้ำขุนน้ำแม่ตื่น มีด้วยกัน 6 สายเล็ก มารวมบรรจบกันเป็นลำน้ำขุนแม่ตื่นน้อย
– สภาพป่าเป็นป่าดิบเขา มีความอุดมสมบูรณ์ เป็นแหล่งต้นน้ำลำธารมากมาย

คณะกรรมการหมู่บ้าน และ  กรรมการส่งเสริมละพัฒนาการมีส่วนร่วมของชุมชนในพื้นที่ป่าอนุรักษ์  (สสอ.)

  • นายเรวา        มะเซอพะ        ประธานกรรมการหมู่บ้าน
  • นายตุเซ        วิมุตวโรตม์        รองประธานกรรมการหมู่บ้าน
  • นายวาโมะโล    มะพอ        กรรมการ
  • นายคาโพ        ริพอ        กรรมการ
  • นายดิโคะ        มะเซอพะ        กรรมการ
  • นายพะหม่อที    เดือนเด่น        กรรมการ
  • นายคือจ่า        น่อชะเจ        กรรมการ
  • นางโฉ่เจ        ต้านภัยพาล        กรรมการ
  • นางมึเถอะ        เจซี        กรรมการ

คณะกรรมการที่ปรึกษาหมู่บ้าน

  • นายจอดิ๊        วาโพ        ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 6
  • นายสุชาย                สมาชิก อบต. หมู่ที่ 6
  • นายพิชัย          จินาพันธ์        หัวหน้าหน่วยจัดการต้นน้ำแม่เทย
  • น.ส.พวงชมพู       ดวงทิพยพิพัฒน์     ครูประจำ ศศช. ขุนตื่นน้อย
  • นายวาติ๊        นวกิจสุนทร        ผู้นำทางพิธีกรรม
  • นายทูเจ        โคะเจ        ผู้นำทางพิธีกรรม
  • นายคณิต        ปริญญา        เจ้าหน้าที่หน่วยจัดการต้นน้ำแม่เทย
  • นายพัฒนา        มงคลวาท        หัวหน้าหน่วยปฏิบัติการโครงการหลวงฯ
  • นายวีระศักดิ์       ภคพลพงษ์        รองหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการโครงการหลวงฯ

คณะกรรมการและที่ปรึกษาดังกล่าวจะร่วมกันกำหนดกิจกรรมต่าง ๆ ในชุมชนเกี่ยวกับการ พัฒนาชุมชนและการอนุรักษ์  ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ตามวัตถุประสงค์ดังนี้
1.  เพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมไม่ให้ถูกทำลาย
2.  เพื่อสร้างจิตสำนึกและเกิดความตระหนักในการใช้ทรัพยากรธรรมชาติมากขึ้น
3.  เพื่อฟื้นฟูสภาพป่าที่ถูกทำลายให้กลับคืนเป็นสภาพป่าที่สมบูรณ์
4.  เพื่อก่อให้เกิดขนวนการการมีส่วนร่วมและสามัคคีในชุมชน
5.  เพื่อให้มีการวางแผนการจัดกิจกรรม การใช้ประโยชน์จากป่า ดิน น้ำ และชุมชนอย่างชัดเจน และคณะกรรมการยังมีหน้าที่กำหนดขอบเขตพื้นที่ป่าดังนี้

ก. กำหนดขอบเขตพื้นที่ป่าอนุรักษ์ ขอบเขตแนวตรวจการป่าอนุรักษ์จำนวน  1,000 ไร่ทางทิศใต้ของที่อยู่อาศัย
ข. กำหนดขอบเขตป่าชุมชน หรือป่าใช้สอย อยู่ทางทิศเหนือของชุมชน จำนวน 500  ไร่
ค. กำหนดขอบเขตแปลงปรับปรุงระบบนิเวศต้นน้ำ  จำนวน  200   ไร่ ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกของหมู่บ้าน
ง. วางกฎ  กติกา ระเบียบของหมู่บ้านในพื้นที่ป่าอนุรักษ์ บ้านขุนตื่นน้อย

นอกจากนี้ได้แต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อกำกับดูแล ส่งเสริมกิจกรรม โครงการต่าง ๆ ทางด้านการศึกษา และอาคารสถานที่ของศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนตื่นน้อย เพื่อให้กิจกรรมต่าง ๆ ทางด้านการศึกษาของชุมชนเป็นไปตามแนวทางของการศึกษานอกโรงเรียนด้วย

สภาพปัญหาทั่วไป
การคมนาคม ที่ตั้งหมู่บ้านขุนตื่นน้อย หมู่ 6  ตำบลแม่ตื่น  ตั้งอยู่ทางทิศใต้ของอำเภออมก๋อยอยู่ห่างจากที่ทำการองค์การบริหารส่วนตำบลแม่ตื่น 31  กม. ห่างจากตัวอำเภออมก๋อย 107  กม. สภาพถนนเป็นถนนลาดยาง 76  กม. เป็นถนนดิน 31  กม. สามารถใช้การได้ดีในฤดูแล้ง  แต่ในช่วงฤดูฝนการเดินทางจะลำบากมาก มีดินโคลนหล่มเป็นหลุมลึก 1 -1/2 ฟุต รถยนต์ธรรมดาไม่สามารถวิ่งได้ ต้องใช้รถยนต์ประเภทขับเคลื่อนสี่ล้อเท่านั้น
สภาพพื้นที่หมู่บ้านขุนตื่นน้อย  เป็นภูเขามีความลาดชันสูง การตัดต้นไม้และเผาหญ้าทำให้หน้าดินเปิด ขณะที่ฝนตกหนักจะชะล้างหน้าดินรุนแรงทำให้ดินขาดความอุดมสมบูรณ์ แร่ธาตุที่จำเป็นไหลไปกับน้ำ บางจุดที่เป็นดินเหนียวแม้หน้าดินจะไม่ถูกทำลาย แต่ก็ปลูกพืชไม่ได้ผลผลิตดีเท่าที่ควรเพราะขาดความสมบูรณ์ของดิน
ในฤดูแล้ง ภาวะน้ำห้วยแห้งแล้งไปตามสภาพของอากาศ เนื่องจากมีการเผาป่า เผาเศษ วัชพืชเพื่อเตรียมการทำไร่ทำให้อากาศร้อนแห้งแล้งและก่อมลภาวะทางอากาศ มีฝุ่นละอองและ ควันลอยหนาแน่น  ก่อให้เกิดผลกระทบต่อระบบทางเดินหายใจของประชาชน และเกิดโรคภัย ตามมาหลายอย่าง  แต่ชาวบ้านยังขาดความรู้ความเข้าใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นและยังปฏิบัติติดต่อกัน มาเป็นเวลานาน

สภาพทางเศรษฐกิจ ประชาชนสวนใหญ่ยากจนมีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ จปฐ.

สภาพทางสังคม ประชากรส่วนใหญ่ยังติดต่อกับโลกภายนอกน้อย โดยเฉพาะผู้หญิงและเด็กนั้นไม่ ค่อยมีโอกาสได้เดินทางออกนอกพื้นที่ เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านเศรษฐกิจ รายได้ของครอบครัวและการใช้ภาษาในการสื่อสารกับบุคคลภายนอก ขาดการรับรู้ข่าวสารที่ทันสมัย ขาดสื่อ อุปกรณ์ เครื่องมือในการสื่อสาร ผู้ที่จะมีการสื่อสารกับโลกภายนอกจะเป็นผู้ชายที่เป็นผู้นำชุมชน หรือหัวหน้าครอบครัวที่สามารถใช้ภาษาไทยในการพูดได้ดีเท่านั้น

สาธารณสุข
–  ภาวะขาดแคลนอาหาร  เนื่องมาจากการได้ผลผลิตทางการเกษตรต่ำมาก  จากการสำรวจข้อมูลเกี่ยวกับรายได้ของประชาชนพบว่า ประชาชนมีผลผลิตเพื่อการบริโภคในครัวเรือนไม่พอเพียง เด็กส่วนหนึ่งยังเป็นโรคขาดอาหาร  ภาวะการเจริญเติบโตไม่สมดุลกับอายุ  ในบางครอบครัวไม่มีข้าว เก็บไว้เพื่อการบริโภคเลย
–  น้ำดื่มไม่สะอาดพอ   น้ำที่ไหลมาจากลำห้วยอาจมีเชื้อโรคและสิ่งเจือปนหลายอย่าง จึงส่งผลกระทบต่อสุขอนามัยส่วนตัวและชุมชน จึงต้องรณรงค์ให้รู้จักการดื่มน้ำที่ถูกสุขอนามัย
–  ส้วมยังมีไม่ครบทุกหลังคาเรือน  ในชุมชนยังมีครอบครัวที่ไม่มีส้วมอีกประมาณ 8 หลังคาเรือน  การไปถ่ายของเสียไว้ในป่าตามละแวกใกล้บ้านจึงไม่เป็นผลดีต่อน้ำที่นำมาดื่มและสิ่งแวดล้อมใกล้ตัว
–  สุขอนามัยชุมชน  ประชากรส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายจึงมองข้ามความสำคัญของสุขภาพและไม่ใส่ใจในเรื่องของการดูแลความสะอาด สุขอนามัยส่วนตัว เช่น การรักษาความสะอาดร่างกาย เสื้อผ้า  ผม  เล็บมือ เล็บเท้า  สุขอนามัยเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย การดูแลความสะอาดบ้านเรือนและ บริเวณหมู่บ้าน   ยิ่งถ้าเป็นฤดูหนาวจะมีอากาศหนาวเย็นมาก โดยเฉพาะในตอนกลางคืนอุณหภูมิจะลดต่ำลงกว่าตอนกลางวันถึง 10 องศาเซลเซียส ทำให้เด็กเล็กป่วยเป็นไข้หวัดและติดต่อกันเกือบทุกคน  ผู้ใหญ่ก็ขาดความเข้าใจในการดูแลสุขภาพเบื้องต้นและความเจ็บป่วยที่เกิดจากการทำงานหนัก เช่น ปวดตามร่างกายและข้อ ก็จะหันมาบำบัดความเจ็บปวดด้วยยาเสพติด (ฝิ่น) เมื่อเสพต่อเนื่องหลายครั้งทำให้ติดยา
–  ระยะทางที่ห่างไกลจากสถานพยาบาล ทำให้การรักษาอาการเจ็บป่วยไม่ถึงมือแพทย์ การรักษาจึงเป็นไปตามมีตามเกิด โดยเฉพาะฤดูฝนการเดินทางเพื่อนำผู้ป่วยไปพบแพทย์นั้นทำได้ยากมาก
–  อันตรายจากพาหะนำโรค เช่นยุงก้นปล่อง  ยุงลาย สัตว์มีพิษอื่น ๆ  ซึ่งเป็นอันตรายต่อประชาชนที่อยู่ห่างไกล โดยเฉพาะฤดูฝนจะมียุงชุกชุมมากอาจมีโรคอันตรายเช่น ไข้เลือดออก ไข้มาลาเรีย
–  ปัญหายาเสพติด จากการใช้ยาเสพติดเพื่อบรรเทาอาการเจ็บป่วยเบื้องต้นทำให้เกิดการเสพบ่อย ๆ และติดยาได้ในที่สุด ในขุมขนยังมีผู้เสพฝิ่นหลายคน
–  ปัญหาเรื่องของการคุมกำเนิด  ขาดการวางแผนการมีบุตร ในบางครอบครัวมีลูกมากเกินความเหมาะสมของฐานะ ทำให้เกิดภาวะการขาดแคลนอาหารในครัวเรือน

บริการพื้นฐาน
–  การคมนาคม   ถนนเข้าหมู่บ้านขุนตื่นน้อยเป็นถนนดิน ในฤดูแล้งสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้และใช้จักรยานยนต์ได้ดี  แต่ในฤดูฝนการเดินทางจะค่อนข้างลำบากเพราะมีดินโคลนหล่มลึกการสัญญาจรไม่สะดวก ทำให้เกิดภาวะขาดแคลนเครื่องอุปโภคบริโภค  ของใช้ในชีวิต ประจำวันไม่มี เช่น สบู่ ผงซักฟอก ยาสีฟัน  ยารักษาโรคที่จำเป็น เครื่องนุ่งห่ม ปัญหาด้านสุขอนามัยจึงเกิดขึ้นในช่วงฤดูฝนมากกว่าฤดูอื่น
–  ปัญหาการจำหน่ายผลผลิตทางการเกษตร     เนื่องจากการเดินทางที่ลำบาก สภาพถนนที่ไม่เอื้ออำนวยต่อการขนส่งผลผลิตทางการเกษตร เมื่อชาวบ้านปลูกพืชผลทางการเกษตรได้ในปริมาณมากจะพบปัญหาในการขนส่ง ซึ่งกลายเป็นต้นทุนที่สูงมากไม่คุ้มการลงทุน ระยะทางที่ห่างไกล ทำให้ช่องทางในการจำหน่ายผลผลิตมีน้อยทำให้ได้ราคาต่ำ
– การโทรคมนาคม  ไม่สามารถใช้โทรศัพท์ทุกระบบได้  ติดต่อได้เฉพาะวิทยุสื่อสาร (ว.)ของ ศูนย์การเรียนฯ
–  การไฟฟ้า    ใช้ไฟฟ้าจากพลังน้ำและจากพลังงานแสงอาทิตย์ทุกหลังคาเรือน
–  การใช้น้ำ    จากลำน้ำขุนแม่ตื่นน้อย และจากประปาภูเขา

ศักยภาพในหมู่บ้าน
– กองทุนพัฒนาหมู่บ้าน
– กองทุนหมู่บ้าน
– หน่วยลาดตระเวนตรวจพื้นที่ป่าอนุรักษ์
– โครงการขยายผลโครงการหลวง
– ธนาคารข้าว
– ร้านค้าชุมชน
– กลุ่มทอผ้าสตรี

ประวัติศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนตื่นน้อย
ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านขุนตื่นน้อย จัดตั้งขึ้นเมื่อเดือนตุลาคม  2532  โดยโครงการพัฒนาพื้นที่สูงแปเปอร์  อ. อมก๋อย  และจัดการเรียนการสอนในเดือนธันวาคมปีเดียวกัน

ต่อมาเมื่อปี 2533  ทางศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ ได้ส่งครูเข้ามาประจำศูนย์การเรียน  และจัดการเรียนการสอนโดยใช้หลักสูตร พ.ศ. 2524  ก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนใหม่ เมื่อปิ 2538 โดยนักศึกษาชมรมอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัย เชียงใหม่  และใช้อาคารนั้นเรื่อยมาจนถึงปี  2549  ได้รับงบประมาณในการก่อสร้างอาคารศูนย์การเรียนหลังใหม่จากสำนักโครงการส่วนพระองค์ สมเด็จพระเทพรัตน์ราชสุดาฯ  แทนศูนย์การเรียนหลังเดิมซึ่งทรุดโทรมลง  แล้วเสร็จในวันที่ 10 พฤษภาคม  2549  และจัดกิจกรรมการเรียนการสอนตามหลักนโยบายของการศึกษานอกโรงเรียนจนถึงปัจจุบัน

วิสัยทัศน์   ศศช. ขุนตื่นน้อย
รักษาวัฒนธรรมดั้งเดิม ส่งเสริมการศึกษา ใฝ่หาความรู้สู่คุณภาพชีวิต  ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

พันธกิจ
ประชาชนเป้าหมายได้รับการศึกษาอย่างทั่วถึง  พัฒนาทางด้านคุณธรรมและจริยธรรม   สุขอนามัยดี มีรายได้และความเป็นอยู่พอเพียง

  • Sanfun_anc

    น่าสนใจ

WordPress theme: Kippis 1.15

Facebook

Get the Facebook Likebox Slider Pro for WordPress