ศศช.บ้านพะเบี้ยว

ข้อมูลชุมชนบ้านพะเบี้ยว

ประวัติหมู่บ้านพะเบี้ยว
เดิมบ้านพะเบี้ยวตั้งอยู่หมู่ที่ 13 ต.ยางเปียง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ พอมีการแยกตำบล สบโขงขึ้น บ้านพะเบี้ยวถูกจัดอยู่หมู่ที่ 3 ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ.2532 ต่อมาได้ประมาณ 6 ปี หมู่บ้านพะเบี้ยวขอแยกออกจากหมู่ที่ 3 มาเป็นหมู่ที่ 11 ต.สบโขง อ.อมก๋อย จ.เชียงใหม่ เมื่อเดือนกันยายน พ.ศ. 2538 ซึ่งประกอบด้วย 3 หมู่บ้านได้แก่ บ้านพะเบี้ยว บ้านราชา และบ้านมอคี จนถึงปัจจุบันนี้

ลักษณะการตั้งบ้านเรือน แบ่งออกเป็น 2 หย่อมบ้านจัดอยู่ริมแม่น้ำแม่หลอง 42 หลังคา และจัดอยู่อีกฝั่งแม่น้ำแม่หลองอีก 14 หลังคา ประชากรที่อาศัยอยู่เป็นชาวไทยภูเขาเผ่ากะเหรี่ยงนับถือศาสนาพุทธ ศาสนาคริสต์ และนับถือผี อาชีพหลักคือ ทำนา ทำไร่ และเลี้ยงสัตว์ อาชีพเสริมของผู้ชายคือจักรสาน อาชีพเสริมของผู้หญิงคือทอผ้า การคมนาคมติดต่อกับตัวอำเภออมก๋อยมีระยะทางประมาณ 45 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3 ชั่วโมง ลักษณะเส้นทางเป็นถนนลูกรัง ผสมกับคอนกรีตเป็นระยะ

อาณาเขตติดต่อของบ้านพะเบี้ยว

  • ทิศเหนือเขตติดต่อ บ้านแม่หลองน้อย
  • ทิศใต้เขตติดต่อ บ้านมอคี
  • ทิศตะวันออกเขตติดต่อ บ้านแม่หลองหลวง
  • ทิศตะวันตกเขตติดต่อ บ้านราชา

จำนวนประชากร บ้านพะเบี้ยวมีประชากรทั้งหมด 244 คน
จำนวนครัวเรือน 56 ครอบครัว
จำนวนหลังคา 52 หลังคาเรือน
ผู้ชาย 125 คน
ผู้หญิง 119 คน

ผู้นำชุมชนแบบทางการ
1. นายพงษ์เจริญ หย่าจอ ตำแหน่ง นายก อบต.
2. นายซอควา ฟ้ากุศล ตำแหน่ง ผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 11
3. นายโพตี พาเล่ซา ตำแหน่ง สมาชิก อบต.

สมาชิก อสม.
1. นางณัฐธิกา ทาเรือน
2. นายพะนอติ้ อำรุงสาคร

ผู้นำท้องถิ่นบ้านพะเบี้ยว
1. นายจอบี้ ดิโดย ผู้นำด้าน พิธีกรรมชนเผ่า
2. นายพะกลอณี โศจิอรุณ ผู้นำด้าน การจักสาน
3.นายมะแคเชอร์ – ผู้นำด้าน การจักสาน
4. นางออแม แก่กู ผู้นำด้านหมอตำแย
ลักษณะภูมิประเทศ
ส่วนใหญ่เป็นภูเขาสลับซับซ้อน มีแม่น้ำสายหลักที่ใช้ประโยชน์ในการอุปโภค –บริโภค และทำการเกษตร คือ แม่น้ำแม่หลอง

ข้อมูลด้านเศรษฐกิจ
ประชากรส่วนใหญ่ประกอบอาชีพหลัก คือ ทำนา ทำไร่ และรองลงมา คือ เลี้ยงสัตว์ เช่น วัว ควาย ไก่ และหาของป่า อาชีพเสริมของผู้หญิง คือ การทอผ้ากะเหรี่ยงส่งภูฟ้า อาชีพเสริมของผู้ชาย คือ การจักสาน และมีออกไปรับจ้างข้างนอกบางส่วนข้อมูลด้านเศรษฐกิจ ซึ่งมีรายได้เฉลี่ยประมาณปีละ 2,000 – 5,000 บาท ต่อครัวเรือน ต่อปี

ข้อมูลด้านสาธารณสุข
สภาพความความเป็นอยู่โดยทั่วไป ประชาชนมีสุขภาพอนามัยและคุณภาพชีวิตค่อนข้างต่ำ เนื่องจากการคมนาคมไม่สะดวกอีกทั้งชุมชนไม่เห็นความสำคัญของสุขภาพอนามัยที่ดี โรคที่พบในชุมชน คือ โรคไข้หวัด , ท้องร่วง ,โรคทางเดินอาหาร ,โรคผิวหนัง , มาลาเรีย ฯลฯ

การคมนาคม

การเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถยนต์ได้ตลอดทั้งปี ระยะทางจากตัวอำเภอ มาบ้านพะเบี้ยว รวม 45 กิโลเมตร โดยใช้เวลาเดินทางจากตัวอำเภอ มาบ้านพะเบี้ยวเป็นเวลา 2 ถึง 3 ชั่วโมง

ศาสนา

ชุมชนนับถือศาสนาพุทธ ประมาณ 70 %
ชุมชนนับถือศาสนาคริสต์ ประมาณ 30 %

การเดินทาง
ระยะทางจากตัวอำเภอไป ศศช. ประมาณ 45 กิโลเมตร

สาธารณูปโภคและสุขอนามัย
– การสื่อสาร ใช้วิทยุสื่อสารและโทรศัทพ์สาธารณะ TOT.
– ไฟฟ้า ใช้พลังงานน้ำ , พลังงานโซล่าเซลล์ และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
– ประปา ใช้น้ำประปาภูเขา
– ห้องน้ำ มีห้องน้ำ 20 หลังคาเรือน ไม่มีห้องน้ำ 32 หลังคาเรือน

 

ประวัติ ศูนย์การเรียนชุมชนชาวไทยภูเขา “แม่ฟ้าหลวง” บ้านพะเบี้ยว

ศศช.บ้านพะเบี้ยวได้จัดตั้งขึ้น เมื่อวันที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2531 ได้ตั้งชื่อว่าศูนย์การศึกษาเพื่อชุมชน ในเขตภูเขาบ้านพะเบี้ยว โดยได้รับการสนับสนุนจากศูนย์การศึกษานอกโรงเรียนจังหวัดเชียงใหม่ และโครงการพัฒนาพื้นที่สูง (เปเปอร์) ชาวบ้านได้ให้ความร่วมมือในการก่อสร้างเป็นอย่างดี ก่อสร้างและเสร็จและเริ่มจัดการเรียนการสอน เมื่อวันที่ 6 มกราคม พ.ศ.2332 เป็นต้นมา กระทั่งปี พ.ศ.2537 ได้รับงบประมาณสนับสนุนจากทางโครงการสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และร่วมกับคาร์ฟู ได้มีการจัดสร้าง ศูนย์การเรียนบ้านพะเบี้ยวมาจนถึงปัจจุบัน และในปี 2553 ได้มีพระธุดงค์ มาร่วมบริจาคร่วมสร้างอาคารซึ่งต่อเติมไปด้านหลังอาคารที่ 1 เพื่อจัดการเรียนการสอนให้แก่นักเรียนต่อมาจนถึงปัจจุบัน

WordPress theme: Kippis 1.15

Facebook

Get the Facebook Likebox Slider Pro for WordPress